Dental Services

บริการทางทันตกรรม

TOOTH WHITENING

ฟอกสีฟัน

คนมากมายที่สนใจวิธีการฟอกสีฟันเพื่อให้รอยยิ้ม เพื่อฟันที่ขาวและสดใสมากยิ่งขึ้น และเพื่อความสวยงาม เนื่องจากมีทางเลือกมากมายในการฟอกสีฟัน จึงควรจะมีวิธีการหนึ่งที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคลด้วย คราบบนฟันมีสองประเภทที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสี ประเภทแรกเป็นคราบที่เกิดจากภายในซึ่งเกิดขึ้นภายในเคลือบฟัน คราบที่เกิดจากภายในอาจเกิดขึ้นเนื่องจาก ยาที่มารดาใช้ระหว่างตั้งครรภ์ หรือการสัมผัสฟลูออไรด์เกินขนาดในวันเยาว์ คราบที่เกิดจากภายนอกเป็นผลมาจากการดื่ม เครื่องดื่มต่างๆ เช่น ชา กาแฟ อายุ การสะสมของคราบแบคทีเรียและหินปูน หรือการสูบบุหรี่

ก่อนเริ่มการรักษา ควรพบทันตแพทย์เพื่อระบุประเภทของคราบบนฟัน ก่อนเพื่อช่วยในการเลือกวิธีการรักษาที่จะให้ผลดีที่สุด

วิธีการที่สามารถเลือก ได้แก่:

  1. การฟอกสีฟันที่บ้าน มีหลายทางเลือกในการฟอกสีฟันวิธีนี้ อาจเลือกใช้ยาสีฟันทั่วไป น้ำยาบ้วนปาก แผ่นฟอกสีฟัน หรือเจลฟอกสีฟัน ถาดเจลเป็นวิธีที่นิยมใช้ แต่ต้องให้ทันตแพทย์พิมพ์ฟันและช่วยเลือกชุดฟอกสีฟันที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายในการฟอกสีฟันประเภทนี้ถูกกว่าการฟอกสีฟันที่คลินิก
  2. การฟอกสีฟันที่คลินิก โดยปกติจะแพงกว่าการซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันทั่วไป แต่ก็เห็นผลเร็วกว่า ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง

ในอดีต สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูงที่จะทำให้เกิดการเสียวฟัน แต่ในปัจจุบันนี้ เจลฟอกสีฟันมีการพัฒนา และทำให้เกิดการเสียวฟันน้อยลง อาการเสียวฟันอาจเกิดขึ้นได้หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลารับประทานอาหารร้อนหรือเย็น แต่อาการมักจะหายไปหลังจาก 48 ชั่วโมง และหมดไปหลังจากการรักษาสิ้นสุดลง

ถ้ามีอาการเสียวฟัน สามารถทำให้อาการหายได้โดย:

  1. ถ้าใช้ถาดฟอกฟัน ให้ใส่ถาดเป็นระยะเวลาที่สั้นลง
  2. แปรงฟันด้วยยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน
  3. ปรึกษาทันตแพทย์ถึงผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ซึ่งจะช่วยเสริมแร่ธาตุให้กับฟัน โดยแปรงหรือสวมถาดเป็นเวลา 4 นาทีก่อนและหลังการฟอกฟัน
  4. หยุดการฟอกฟันเป็นเวลาหลายๆ วันเพื่อให้ฟันได้ปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการฟอกฟัน ภายใน 24 ชั่วโมง อาการเสียวฟันมักจะหยุดไป เมื่อเราฟอกฟันเป็นเวลานานเท่าใด อาการเสียวฟันก็จะน้อยลงเท่านั้น

กรณีที่ทันตแพทย์อาจไม่แนะนำการฟอกสีฟัน:

  1. มีปัญหาโรคเหงือก สารเคลือบฟันเสื่อม ฟันผุ และอาการเสียวฟันมาก
  2. กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  3. มีการครอบฟัน หรือมีการอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟันที่ฟันหน้าซึ่งไม่สามารถฟอกสีได้

การฟอกสีฟันที่คลินิก

ในการฟอกที่คลินิกก็จะมีการใช้แสงเพื่อมากระตุ้นการแตกตัวของน้ำยา ให้แตกตัวมากขึ้น ทำให้มีโอกาสที่จะฟันขาวขึ้นเพิ่มมากขึ้นนั้นเอง ซึ่งปัจจุบันแสงที่นำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง ก็จะมี LED Cool Light และ Laser ส่วนแสง Plasma ในไทยไม่เป็นที่นิยม  ทั้ง LED Cool Light และ Laser นั้น ปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตเองก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาดีขึ้น

ส่วน LED Cool Light เอง ก็มีหลายยี่ห้อ เช่น Zoom, Beyound, Opalesence และอีกมากมาย สารออกฤทธิ์หลักคล้ายกัน แต่อาจจะมีการผสมสารอื่นเพื่อช่วยในการแตกตัวต่างกัน

การฟอกสีฟันที่บ้าน (Home Bleaching )

การฟอกสีฟันชนิดทำเองที่บ้าน คือผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสารฟอกสีฟันซึ่งจะฟอกบริเวณผิวฟัน ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันนี้ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ความเข้มของที่แตกต่างกัน ถ้าสารฟอกสีฟันมีค่าเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าก็จะใช้เวลาเพิ่มขึ้น  โดยการใส่น้ำยาฟอกสีฟันลงบนถาดฟันที่ทำขึ้นเฉพาะบุคคล  มีลักษณะคล้ายกับเครื่องมือใส่ป้องกันการนอนกัดฟัน

ชุดฟอกสีฟันชนิดทำเองที่บ้านทำโดยทันตแพทย์  ทันตแพทย์จะพิมพ์ปากเพื่อทำถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคลที่เหมาะและพอดีกับฟันแต่ละคน สามารถรอรับได้ทันที หรืออาจมีการนัดหมายประมาณ  2- 7 วันเพื่อเข้ามารับถาดฟอกสีฟันพร้อมกับน้ำยาฟอกสีฟัน

ชุดฟอกสีฟันที่ขายตามร้านค้า  มีน้ำยาฟอกสีฟันความเข้มต่ำกว่าชุดฟอกสีฟันชนิดทำเองที่บ้านโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชุดฟอกสีฟันที่ขายตามร้านค้าอาจให้ผลการฟอกสีฟันที่น้อยกว่า เนื่องจากถาดฟอกสีฟันไม่ได้ทำขึ้นเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน อาจไม่พอดีกับฟันของผู้ใช้ น้ำยาฟอกสีฟันไม่ได้สัมผัสกับฟันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้หากไม่ได้รับการตรวจฟันผุ กำจัดหินปูน คราบฟันออกก่อน อาจไม่ให้ผลการรักษาที่ดี หรือเป็นอันตรายต่อโพรงประสาทฟันได้

การฟอกสีฟันสามารถทำร่วมกันทั้งการฟอกที่คลินิกและที่บ้าน เพื่อให้ได้ผลจากการฟอกสีที่เร็วจากการฟอกที่คลินิก และคงความขาวไว้ได้นานจากการฟอกสีฟันที่บ้าน

ระบบฟอกสีฟัน Zoom Whitening

Zoom! Teeth Whitening เทคโนโลยีฟอกฟันขาวด้วยเลเซอร์ระดับโลก ช่วยฟอกสีฟัน ปรับระดับเฉดสีฟันให้ขาวขึ้น ใช้ระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง Zoom ที่ออกแบบให้พลังงานแสง กระตุ้นประสิทธิภาพของเจลฟอกฟัน ให้แทรกซึมลงสู่ชั้นผิวฟัน เพื่อขจัดคราบฟันเหลือง คราบชา กาแฟ และสีฟันที่ไม่สม่ำเสมอโดยวิธีการนี้ จะไม่ทำลายโครงสร้างของฟันธรรมชาติ  จากผลการศึกษาและวิจัยระบุว่าการฟอกฟันขาวด้วย Zoom! ภายใต้การดูแลของแพทย์ เป็นการฟอกสีฟันที่ปลอดภัยที่ นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบว่า การฟอกสีฟันของ zoom ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เจลฟอกสีฟันถึง 26% และสามารถเปลี่ยนสีฟันได้ถึง 8 เฉดสี นอกจากนี้ยังช่วยลดการเสียวฟันได้ดีกว่าเครื่องฟอกสีชนิดอื่น 13 % (ผลการรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน)

คุณประโยชน์ของการฟอกสีฟันแบบ Zoom

  • รวดเร็ว และสะดวกสบาย
  • มีอาการเสียวฟันน้อย
  • ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
  • ได้รับการดูแลโดยทันตแพทย์

ประเภทของการฟอกสีฟันด้วย Zoom สามารถเลือกทำได้ 2 แบบ คือ

  1. การฟอกสีฟันที่ทำโดยทันตแพทย์ในคลินิก (In office)
  2. การฟอกสีฟันแบบนำอุปกรณ์และน้ำยาไปทำเองที่บ้าน (Home Bleaching )

การฟอกสีฟันที่ทำโดยทันตแพทย์ในคลินิก (In office)

ขั้นตอนการฟอกสีฟัน

  1. ทันตแพทย์จะทำการตรวจประเมินช่องปากก่อนที่จะเริ่มทำการฟอกสีฟัน หากพบว่ามีหินปูนก็จะแนะนำให้ขูดหินปูนและขัดฟันก่อน สำหรับคนไข้ที่มีสุขภาพฟันที่ดีอยู่แล้วก็สามารถเริ่มทำการรักษาได้เลย
  2. ทันตแพทย์จะทำการตรวจและทำการเทียบเฉดสีของฟันก่อนรับฟอกสีฟัน
  3. สวมแว่นตาป้องกันแสงให้กับคนไข้ และมีการใส่อุปกรณ์เข้าไปในช่องปาก (Lip Retractor)
  4. ทันตแพทย์จะการป้องกันเหงือกและบริเวณรอบๆโดยการใช้น้ำยาพิเศษที่มากับชุดน้ำยาฟอกสีฟัน Zoom เพื่อปกป้องเหงือกและเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ฟันที่จะทำการฟอกสีฟัน และทำการฉายแสงเพื่อให้น้ำยาแข็งตัว
  5. ทันตแพทย์จะทำการบีบน้ำยาจากหลอดน้ำยา และใช้พู่กันทาไปที่ฟันแต่ละซี่ ( ทันตแพทย์บางท่านอาจมีการฉายแสงกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟันก่อนที่จะทำการกระตุ้นด้วยเครื่อง Zoom)
  6. ทันตแพทย์จะทำการกระตุ้นด้วยแสงเลเซอร์จากเครื่อง เพื่อกระตุ้นให้น้ำยาฟอกสีฟันสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะใช้เวลา ในการทำซ้ำแบบนี้ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที
  7. เมื่อครบเวลา 15 นาทีครบ 3 -4 ครั้งแล้ว ทันตแพทย์จะทำการกำจัดน้ำยาฟอกสีฟันและน้ำยาที่ใช้ป้องกันเหงือกออก
  8. ทำการเปรียบเทียบสีก่อนและหลังการฟอกสีฟันเพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเห็นความแตกต่าง
  9. ทันตแพทย์จะทำการทาน้ำยาเพื่อลดอาการเสียวฟันให้แก่คนไข้ และนอกจากนี้ยังมีน้ำยาสำหรับทาที่บริเวณเหงือกเพื่อลดอาการแสบร้อนที่เกิดจากการฟอกสีฟันอีกด้วย

การฟอกสีฟันแบบนำอุปกรณ์และน้ำยาไปทำเองที่บ้าน (Home Bleaching )

น้ำยาที่ใช้ในการฟอกสีฟันที่บ้านจะมี 2 แบบขึ้นอยู่กับทันตแพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายคือ

  1. Zoom Nite White 22%
  2. Zoom Day White 16 %

Zoom Nite White และ Day White  คืออะไร ?

น้ำยาฟอกสีฟัน สำหรับใส่ในถาดฟอกสีฟัน เพื่อใช้สวมไว้ในปากตอนกลางวันและกลางคืน หรือในช่วงเวลาตอนไหนก็ได้ที่สะดวก ประกอบด้วยสาร Carbamide Peroxide 22%, 16 %  และ Hydrogen Peroxide ซึ่งเป็นสารที่ช่วยขจัดคราบสีออกจากตัวฟันได้  นอกจากนี้ยังมีการนำสาร ACP (Amorphous Calcium Phosphate) เข้ามาผสม ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันและลดอาการเสียวฟัน

ขั้นตอนการฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้าน

  1. เริ่มจากการไปพบทันตแพทย์เพื่อพิมพ์ปากทำถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล
  2. ทันตแพทย์จะทำการตรวจประเมินช่องปากก่อนที่จะเริ่มทำการฟอกสีฟัน หากพบว่ามีหินปูนก็จะแนะนำให้ขูดหินปูนและขัดฟันก่อน สำหรับคนไข้ที่มีสุขภาพฟันที่ดีอยู่แล้วก็สามารถเริ่มทำการรักษาได้เลย
  3. ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำวิธีการใช้ถาดและน้ำยาฟอกสีฟัน
  4. ก่อนเริ่มต้นฟอกฟันนั้นควรแปรงฟันให้สะอาด และถาดฟอกสีฟันควรแห้งสนิท
  5. ให้บีบดันน้ำยาฟอกสีฟันออกไปเป็นจุดเล็กๆเท่าเม็ดถั่วเขียว บีบใส่ลงไปที่ถาดฟอกสีด้านที่จะสัมผัสกับผิวหน้าฟันของเรา เวลาใส่ถาดฟอกสีเข้าไปในปากแล้ว กดนวดเบาๆให้น้ำยากระจายทั่วผิวหน้าฟัน
  6. สวมถาดฟอกสีฟันบนและล่าง สวมทิ้งไว้วันละ 1-2 ชั่วโมง วันละ 1 ครั้ง สำหรับท่านที่มีอาการเสียวฟัน แนะนำให้ใช้วันเว้นวัน
  7. หลังจากทำเสร็จ นำถาดฟอกสีออกจากปาก แล้วบ้วนน้ำ และล้างถาดฟอกสีด้วยน้ำสะอาด ใช้แปรงปัดคราบน้ำยาที่เหลืออยู่ออก ผึ่งให้แห้ง แล้วเก็บใส่กล่องไว้ในที่แห้ง เพื่อใช้ใหม่ในครั้งต่อไป

การฟอกสีฟันปลอดภัยหรือไม่

  • การฟอกสีฟัน ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อฟันหากได้รับการตรวจฟันจากทันตแพทย์แล้ว (การฟอกสีฟันอาจเป็นอันตรายต่อฟันผุที่ไม่ได้รับการอุดบูรณะก่อนฟอกสีฟัน) ไม่ทำลายเคลือบฟันและเนื้อฟัน แต่ในบางคนอาจจะมีอาการเสียวฟันขณะทำ หรือหลังทำได้ โดยอาการเสียวฟันนี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วันหลังจากหยุดฟอกสีฟัน
  • หากมีอาการเสียวฟันแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน บีบใส่ในถาดฟอกสี แล้วใส่ไว้นานอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
  • การลดจำนวนชั่วโมงฟอกสีลง จะช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  • ในบางเคสอาจมีอาการระคายเคืองที่เหงือก แก้ไขโดยใช้น้ำยาฟอกสีปริมาณน้อยลงและลดจำนวนชั่วโมงในการฟอกสีลงเช่นกัน

การฟอกสีจะอยู่ได้นานแค่ไหน

  • ฟันจะคงความขาวได้นาน 1-2 ปี สีฟันอาจกลับมาคล้ำเหลืองอย่างช้าๆ ขึ้นอยู่กับการดูแลทำความสะอาด และอาหารที่รับประทาน
  • เพื่อผลลัพธ์ที่ดีแนะนำให้เลี่ยงการสูบบุหรี่ และการดื่มชากาแฟ
  • ผลลัพธ์ของการฟอกสีฟัน ขึ้นอยู่กับสีฟันที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม และการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ประโยชน์ของการฟอกสีฟัน

  • เพิ่มความมั่นใจ สร้างบุคลิกภาพที่ดีขึ้นในการยิ้ม
  • ปลอดภัย สะดวกสามารถทำได้กับบุคคลทั่วไป
  • สามารถแก้ไขปัญหาฟันเหลือง ฟันคล้ำ หรือคราบที่ติดฟันให้มีความขาวมากยิ่งขึ้น
  • ปรับปรุงรอยยิ้มให้มีความสดใส เงางามยิ่งขึ้น
  • ทำให้ฟันดูสุขภาพดีและสะอาด

ข้อแนะนำและปฏิบัติตัวหลังฟอกสีฟัน

  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโรคร้ายแรงหรืออยู่ในภาวะเสี่ยง ควรได้รับการปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนรับบริการ
  • ฟันที่มีวัสดุอุดหลายบริเวณ หรือรอยอุดกว้างมาก  อาจเห็นผลไม่ชัดเจนและมักได้ผลดีกว่าเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นที่มิใช่การฟอกสีฟัน
  • ฟันที่มีรอยด่างเป็นจุด เป็นแถบจากผลของยาเตตร้าไซคลีน  หรือฟันตกกระจากฟลูออไรด์  อาจไม่ได้รับผลจากการฟอกสีฟันอย่างเต็มที่หรือไม่เห็นผลเลย  หรืออาจต้องใช้การฟอกสีฟันด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
  • อาการเสียวฟัน อาการปวดเป็นภาวะปกติ  อาจพบได้ใน 24 ชั่วโมงแรกภายหลังการฟอกสีฟัน  แต่ในผู้ที่มีเหงือกร่น  ฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา  ฟันร้าว  ฟันสึกด้านบดเคี้ยว  หรือสึกบริเวณคอฟัน  แผลในช่องปาก  มีวัสดุอุดที่มีรอยรั่ว  และ/หรือมีอาการเสียวฟันอยู่แล้ว  อาจพบว่ามีการเสียวฟันที่รุนแรงขึ้นหรือรู้สึกมีอาการเสียวฟันอยู่ภายหลังจาก 24 ชั่วโมง
  • การระคายเคืองเนื้อเยื่ออ่อน (เหงือก ริมฝีปาก  หรือแก้ม)  จากการรั่วซึมหรือสัมผัสโดนเจล  และ/หรือแสง LED มีพบได้และหายได้เองใน 2-3 วันหลังจากฟอกสีฟัน
  • ริมฝีปากแห้ง/ลอก จากการมีเครื่องมือถ่างริมฝีปากเป็นเวลานาน  บรรเทาได้ด้วยการใช้บาล์มบำรุงริมฝีปาก  วาสลีน
  • เจลฟอกสีฟันอาจเข้าไปในบริเวณที่มีการรั่วซึมของรอยอุดฟันทำให้มีอาการปวดมาก ดังนั้น  ควรตรวจรอยอุดเดิมให้ดีและหากมีโอกาสรั่วซึมให้ทำการอุดใหม่ให้เรียบร้อยก่อนทำการฟอกสีฟัน สามารถแก้ไขได้โดยการใช้ถาดฟอกสีฟัน  หรือกลับมาทำการฟอกสีฟันอีกครั้ง  เพื่อคงความขาวของสีฟันอย่างต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสีเข้มเพราะอาจเกิดการติดสีของอาหารที่ฟันได้ เช่น การดื่ม ชา กาแฟ อาหารที่มีสีเข้มต่างๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันที่มีสีต่างๆด้วย
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และ ดื่มสุรา แอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะอาจมีการติดสีที่ฟันได้